พีระพันธุ์ : ความผิดต่อสถาบันเป็นความมั่นคงแห่งรัฐ
โดย : สุทธิรักษ์ อุฒมนตรี
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
รมว.ยุติธรรมกล่าว "จะเร่งดำเนินการปราบปรามคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของชาติไม่ว่าจะเป็นการกระทำ คำพูด การสื่อสารในรูปแบบใดหรือเว็บไซต์"
นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ประกาศเป็นนโยบายการบริหารงานกระทรวงยุติธรรม ในวันแรกที่เข้าทำงานในกระทรวงว่าจะเร่งดำเนินการปราบปรามคดีที่เกี่ยวข้องกับสถาบันหลักของชาติ ไม่ว่าจะเป็นการกระทำ คำพูด การสื่อสารในรูปแบบใด หรือเว็บไซต์ อันนี้เป็นภารกิจสำคัญของกระทรวงยุติธรรม
ต่อมาศาลอาญา มีคำพิพากษาจำคุกนายแฮรี่ นิโคลายส์ (MR.Harry Nicolaides) อดีตนักข่าวและคอลัมนิสต์ชาวออสเตรเลีย เป็นเวลา 3 ปี ในข้อหาความผิดฐานหมิ่นประมาท ดูหมิ่น หรือแสดงความอาฆาตมาดร้ายพระมหากษัตริย์และรัชทายาท ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112
วันนี้ผ่านมาแล้ว 1 เดือน นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ให้สัมภาษณ์พิเศษ กรุงเทพธุรกิจ ถึงนโยบายจัดการขบวนการหมิ่นสถาบัน ทั้งผ่านทางเว็บไซต์ และสื่ออื่นๆ รวมถึงผู้ที่กระทำการหมิ่นเหม่และจาบจ้วงสถาบัน ว่า เวลานี้ต่างชาติเขาสับสนคิดว่าเรื่องแบบนี้เป็นสิทธิเสรีภาพ เพราะฉะนั้น สื่อ และผู้ที่เกี่ยวข้อง จะต้องทำความเข้าใจกับเขาใหม่ ว่า ความผิดต่อสถาบันนั้นเป็นความผิดต่อความมั่นคงในราชอาณาจักร มันไม่ใช่เรื่องของการแสดงความคิดเห็นหรือวิพากษ์วิจารณ์ธรรมดา แต่สื่อตะวันตก เขาไม่ผูกพันกับสถาบันหลักของพวกเขาอย่างเช่นคนไทยรู้สึกผูกพัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกด้วยว่า ไม่ว่าต่างชาติหรือคนไทยก็ตาม จะต้องตระหนักตรงนี้ว่าถ้าประเทศไทยไม่มีสถาบันพระมหากษัตริย์ วันนี้ประเทศไทย ยังจะเป็นเช่นนี้หรือไม่ ดังนั้น ผมจึงมองว่า นี่คือ ปัญหาของความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร ไม่ใช่เรื่องสิทธิเสรีภาพการแสดงความคิดเห็น ผู้ที่วิพากษ์วิจารณ์จึงไม่ใช่การกระทำผิดส่วนตัว แต่เป็นการกระทำผิดต่อความมั่นคงแห่งรัฐ
ทั้งนี้ ในเรื่องของความมั่นคงแห่งรัฐ แต่ละประเทศจะนิยามไว้แตกต่างกันไป แต่ละประเทศมีเหตุผลภายในแตกต่างกัน อย่างเช่น สหรัฐเขาจะมีเงื่อนไขในการเดินทางเข้าประเทศมากมาย เพราะเขาคิดว่านี่เป็นมาตรการที่จะทำให้ชาติเขามีความปลอดภัยจากภัยต่างๆ แต่สำหรับประเทศไทย เรากำหนดความผิดเรื่องการหมิ่นสถาบัน ไว้ในประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 ว่าด้วยหมวดความมั่นคงของราชอาณาจักร
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกไปถึงนักสิทธิมนุษยชนทั้งหลายว่า นักสิทธิมนุษยชน จะต้องคำนึงถึงเรื่องการละเมิดจิตใจ เพราะคนไทยนั้นเราจงรักภักดี และเทิดทูนสถาบัน เรามีความผูกพันทางใจยกให้เป็นพ่อ แม่ของแผ่นดิน ไม่ต้องอะไรมากแค่พ่อ แม่เราเอง ลองมีคนอื่นมาตะโกนด่าพ่อ ล้อแม่เรา เรายอมให้ทำอย่างนั้นหรือไม่
ขณะที่การวิพากษ์วิจารณ์ เราต้องดูว่าการกระทำว่าส่อเจตนาหรือไม่ ถ้าเจตนาที่จะหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ ทำอย่างไรหรือพูดอย่างไรก็หมิ่น แต่ถ้าไม่มีเจตนา ทำอย่างไรก็ไม่ผิด เพราะกฎหมายอาญาในเรื่องคดีหมิ่นนั้น เกิดจากองค์ประกอบ คือ มีเจตนาพูดใส่ร้ายสถาบัน จงใจใส่ร้าย หรือเอาเรื่องไม่จริงมาพูด ฉะนั้น คนที่กระทำความผิดตรงนี้มีหลายแบบ เนื่องจากเขาได้ข้อมูลมาอย่างผิดๆ ซึ่งเราก็ต้องอธิบายให้เขาเข้าใจ แต่คนอีกประเภทหนึ่ง มีเจตนาที่จะทำลายสถาบันโดยตรง ด้วยการทำให้คนเข้าใจผิด ถ้าเป็นกรณีนี้ถือว่ามีเจตนาที่จะหมิ่นสถาบัน
เพราะฉะนั้น คนไทยที่เทิดทูนจงรักภักดีเขาก็มองว่าทำไมเจ้าหน้าที่ของรัฐมัวทำอะไรอยู่ จึงปล่อยให้คนนั้น คนนี้ มากล่าวหาพ่อ แม่ของแผ่นดิน จะเห็นว่า ในระยะ 2-3 ปีนี้ทำไมมันจึงกระพือ และผุดเป็นดอกเห็ด
นายพีระพันธุ์ ย้ำว่า แม้ว่าไทยเราจะเป็นประเทศเล็กๆ แต่เราก็มีวัฒนธรรมของเราเอง ถามว่าเราผิดไหม ตรงนี้ต่างชาติเขาเข้าใจเราผิด ผนวกกับมีการชี้นำผิดๆ ทำกันเป็นขบวนการ
ดังนั้น เป็นหน้าที่ของกระทรวงยุติธรรม และผู้ที่เกี่ยวข้อง จะต้องทำความเข้าใจ และหาต้นตอให้เจอว่ามันมาจากไหน เพื่อจะได้ทราบว่าคนที่เขาทำเขาเข้าใจผิด หรือเขาได้ข้อมูลผิดๆ มา หรือว่าเขาทำไปตามกระแส หรือบางครั้งที่ผมทราบเบาะแส ก็คือ มีการรับจ้างจากต่างชาติมาทำก็มี ที่รับไม่ได้คือการกระทำโดยเจตนามุ่งร้ายต่อสถาบัน ทำให้คนเข้าใจผิดในสถาบัน
ผมอยากถามว่าวันนี้ ถ้าองค์พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวไม่ดีจริง องค์การทรัพย์สินทางปัญญาโลก หรือ WIPO จะทูลเกล้าทูลกระหม่อมถวายเหรียญรางวัล ผู้นำโลกด้านทรัพย์สินทางปัญญา แด่พระบาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว หรือทำไม องค์กรสนับสนุนด้านการประดิษฐ์ระดับนานาชาติ ในฮังการี และ องค์กรการประดิษฐ์ เกาหลีใต้ จึงทูลเกล้าฯ ถวายรางวัลแด่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระปรีชาสามารถ ประดิษฐ์กังหันน้ำชัยพัฒนา รวมทั้งผลงานทฤษฎีใหม่และเศรษฐกิจพอเพียง อันเป็นประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตของพสกนิกรชาวไทยอย่างยิ่ง พร้อมทั้งกำหนดให้ 2 กุมภาพันธ์ 2551 เป็น "วันนักประดิษฐ์โลก"
เพราะฉะนั้น คนที่จ้องจะดูหมิ่นสถาบัน ถือว่ามีเจตนาที่ไม่ดี และในส่วนของเจ้าหน้าที่ใครที่เพิกเฉย ก็ถือว่าทำไม่ถูกต้อง
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกว่า หน่วยงานราชการที่ต้องจัดการเรื่องนี้มีจำนวนมาก (พล.อ.อนุพงษ์ เผ่าจินดา ผู้บัญชาการกองทัพบก มอบให้กองทัพภาคที่ 1 ตั้งชุดเฉพาะกิจ หรือ ฉก.6080 ติดตามขบวนการละเมิดสถาบันพระมหากษัตริย์ ทั้งการเผยแพร่ทางสื่ออิเล็กทรอนิกส์หรือสื่ออื่นๆ เพื่อยับยั้งการดำเนินการดังกล่าวไม่ให้ขยายตัวไปมากกว่านี้ ขณะที่ พล.ต.อ.พัชรวาท วงษ์สุวรรณ ผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ สั่งให้สำนักเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (สทส.) ตั้งเจ้าหน้าที่ผู้รับผิดชอบเป็นการเฉพาะเพื่อเฝ้าระวังติดตาม ตรวจสอบการกระทำที่เข้าข่ายความผิดและเร่งตรวจสอบเว็บไซต์ และสื่อต่างๆ ที่เข้าข่ายลักษณะความผิดฐานหมิ่นพระบรมเดชานุภาพ หรือกระทำการไม่เหมาะสม อันเป็นการดูหมิ่นสถาบัน กรมสอบสวนคดีพิเศษ กระทรวงยุติธรรม ตั้งวอร์รูมคดีหมิ่นสถาบัน กระทรวงไอซีที มีหน่วยเฝ้าระวังเว็บไซต์ไม่เหมาะสม) เพราะฉะนั้น ผมจึงต้องการให้ทุกส่วนราชการมาร่วมกันทำงานเป็นทีมให้มาจัดระบบการจัดการใหม่ คนที่ได้เกี่ยวข้องจะได้มาคุยกันว่างานติดขัดตรงไหน ผมจะไม่พูดถึงกรมไหน หรือหน่วยงานไหนเป็นการเฉพาะ แต่ผมต้องการเห็นการทำงานร่วมกันเพื่อเรื่องนี้โดยเฉพาะ เพราะเมื่อแต่ละส่วนได้มาทำงานกันแล้วก็จะเห็นอุปสรรค แล้วก็แก้ไขตรงจุดนั้น ไม่นานมันจะไปถึงการแก้ไขถึงต้นตอของเรื่อง เมื่อผลสำเร็จเราก็จะเรียกได้ว่าเป็นความสำเร็จร่วมกัน
ส่วนชื่อนั้น ขณะนี้ ใช้ชื่อว่า คณะทำงานชุดเฉพาะกิจปราบปรามแก้ไขปัญหาการกระทำผิดเกี่ยวกับความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร โดยจะออกกฎหมายรองรับให้ชัดเจน เพื่อให้เกิดการทำงานอย่างต่อเนื่อง ยาวนาน ไม่ว่าใครจะพรรคการเมืองใด เข้ามาเป็นแกนนำจัดตั้งรัฐบาลครั้งต่อไป ก็ยังจะต้องคงมีหน่วยงานนี้ และตระหนักว่าการปกป้องไม่ให้เกิดคดีที่ส่งผลต่อความมั่นคงแห่งราชอาณาจักร เป็นความสำคัญจำเป็นของรัฐบาลชุดนั้นๆ
นายพีระพันธุ์ กล่าวด้วยว่า ที่ผ่านมา มีการจับกุมผู้กระทำความผิดโดยตลอด แต่เราไม่อยากให้เป็นข่าว ไม่อยากประชาสัมพันธ์ แต่ขอให้รู้ว่าเราเอาจริงเอาจัง รวมถึงข่าวการสั่งปิดเว็บไซต์ที่หมิ่นสถาบัน ผมไม่พอใจ เพราะไม่ต้องการที่จะให้เป็นข่าว เนื่องจากต้องการที่จะควานหาเครือข่ายผู้กระทำผิด แต่เมื่อมีข่าวออกไปก็ทำให้เกิดความลำบากในการสืบสวน สอบสวน ซึ่งขณะนี้ ได้กำชับผู้ใต้บังคับบัญชาให้ระมัดระวังแล้ว
ส่วนสาเหตุที่เกิดความล่าช้าในการจัดการกับเว็บไซต์หมิ่นสถาบันนั้น รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม บอกว่า เพราะมีเจ้าหน้าที่ดำเนินการในเรื่องดังกล่าวเพียงคนเดียว แต่ตอนนี้เรากำลังจะเอาคนของกองทัพ ซึ่งมีอยู่จำนวนมากเข้ามาช่วยทำงาน
ทั้งนี้ เท่าที่ได้ข้อมูลในขณะนี้มีทั้งเว็บเพจ เว็บไซต์ เราปิดตรงนี้ วันรุ่งขึ้นก็ไปโผล่ที่ใหม่ เนื้อหาเดียวกัน
รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม คาดหวังว่า คณะทำงานที่ประกอบด้วยคนของกองทัพ คนของกระทรวงไอซีที กระทรวงยุติธรรม รวมถึงสำนักงานคณะกรรมการกิจการโทรคมนาคมแห่งชาติ (กทช.) และ ISP หรือ Internet Service Provider ซึ่งจะดูแลเว็บไซต์และตรวจสอบข้อมูลที่จะผ่านออกไปลงในเว็บไซต์ ตรงนี้จะเหมือนก๊อกน้ำ เมื่อเปิดก๊อกน้ำน้ำจะมีตะกอนออกมา แต่เราจะต้องมาคิดว่าทำอย่างไร ก๊อกน้ำจะมีระบบกรองตะกอนไม่ให้ออกมาถึงผู้ใช้น้ำ
กรณีนี้ อย่ามองแค่เว็บไซต์อย่างเดียวนะครับ เพราะการหมิ่นสถาบัน รวมถึงหมิ่นด้วยคำพูดในรายการวิทยุ และโทรทัศน์ หน่วยงานนี้จะตรวจสอบทั้งหมด เพราะความผิดฐานหมิ่นสถาบันนั้น หากปรากฏในเว็บไซต์ ก็จะมีความผิดกฎหมายคอมพิวเตอร์ และประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 112 แต่กรณีจาบจ้วงด้วยคำพูดนั้นผิด ประมวลกฎหมายอาญามาตรา 112
Tags : นายพีระพันธุ์ สาลีรัฐวิภาค • รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม
http://www.bangkokbiznews.com/home/news/politics/analysis/2009/01/25/news_10157.php
นางสาววีณา สว่าวัน รปศ เลขที่35
วันอาทิตย์ที่ 20 ธันวาคม พ.ศ. 2552
สมัครสมาชิก:
บทความ (Atom)